Review: Tales of Graces f (PS3) HD คืออนาคต

    Share
    avatar
    vaynever

    จำนวนข้อความ : 41
    Join date : 31/10/2010

    Review: Tales of Graces f (PS3) HD คืออนาคต

    ตั้งหัวข้อ by vaynever on Sat Dec 11, 2010 12:48 pm

    Review: Tales of Graces f (PS3) HD คืออนาคต


    ตบหน้าเวอร์ชั่น Wii ตบซ้ายตบขวาตบหน้าตบหลัง เพียะๆ
    จริงๆแล้วไม่ถึงขนาดนั้น นิสัยบันไดแหนมโค เรารู้ๆกันอยู่
    (แต่ยอดขายแซงหน้าภาคของ Wii เกือบสองเท่าทั้งๆที่วางจำหน่ายชนกับ MHP3...)






    Tales of Graces f (テイルズ オブ グレイセス f)
    守る強さを知るRPG เรียนรู้ที่จะแข็งแกร่งเพื่อปกป้อง แบบ Future
    ...แบบ FULL HD...













    เรื่องราวใน Graces เกิดขึ้นบนดาวเคราะห์ใบเล็กๆนามว่า [เอฟิเนีย] อันมีสามอาณาจักรใหญ่แบ่งทวีปปกครองอยู่
    อัสเบล ลันท์ บุตรชายคนโตของเจ้าบ้านตระกูลลันท์แห่งอาณาจักรวินดอลใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างปกติสามัญกับเพื่อนและน้องชายของเขา
    จนกระทั่งได้พบกับสาวน้อยลึกลับผู้หนึ่ง และริชาร์ดมงกุฏราชกุมารของอาณาจักร
    การพบพานของอัสเบลในวัยเด็ก ทำให้เขาได้รับรู้ถึงการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ เขาจึงตัดสินใจไปเป็นอัศวินเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น
    และเมื่อแข็งแกร่งขึ้น เขาก็จะสามารถปกป้องเพื่อนๆไม่ให้เกิดการสูญเสียอันน่าเศร้าอีก






    ภาพ
    Resolution ของอนิเมชั่น กับ cut-in ตอนใช้ไม้ตาย และตอนกด chat คุยกันถูกทำให้เป็น HD = ชัดแจ๋ว
    สีหน้าท่าทางการเคลื่อนไหวของตัวละครราบลื่น ลบหยักลบเหลี่ยม = ดูเรียบร้อย ดูสมกับยุคของเครื่องเกม
    รายละเอียดชุด อาวุธเป็น real-time ใส่อะไรอยู่ก็เข้า cut-scene เนื้อเรื่องเช่นนั้น = เพิ่มความสนุกทางสายตา

    แต่ port มาก็คือ port ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม แค่เอามาเพิ่มคุณภาพเล็กน้อยเท่านั้น
    (เหมือนเล่นเกม Wii บน Emulator ก็สามารถอัพเกรดภาพให้เป็นแบบนี้ได้ แล้วแต่สเปคคอมจะอำนวย)
    หีบสมบัติ หรือศัตรูก็ไม่สามารถมองได้สุดฉากเช่นเคย ต้องเดินเข้าไปใกล้ๆ จึงจะปรากฏ
    ฉากต่อสู้ก็แคบเหมือนกับของเก่า และฉากหลังก็ไม่ได้ทำใหม่อะไรเลย

    ซึ่งเขาไม่ได้เน้นขายภาพวิวสวยสุดยอด ดูให้รู้เรื่องว่าอันนั้นหินอันนี้บ้านอันนู้นคนก็พอ
    แต่ฉากต่อสู้ถล่มทลายเละเทะ ใส่สีใส่แสงพลังกันไม่ยั้งคือประเด็น







    เสียง
    คุณซากุระบะไม่เคยทำให้ผิดหวัง และไม่เคยมีอะไรแปลกใหม่เหมือนเคย
    เพลงที่เขาแต่งสำหรับ Tales ก็ให้อารมณ์และบรรยากาศเช่นเดียวกันกับภาคก่อนๆ
    โดยใช้เทคนิคผสมผสานเครื่องดนตรีแปลกๆ มาบ้าง (เช่นภาค Vesperia จะเป็นระฆัง Graces ก็เครื่องเป่าแบบสมัยกลาง)
    แต่ก็เหมือนเดิม ไม่เร้าใจ ไม่อลังการมากมายนัก แต่มีมาตรฐานมั่นคง เสมอต้นเสมอปลาย และแน่นอน ไพเราะ

    เสียงพากย์ซื่อๆของโซฟี่ รั่วๆของปาสคาล หรือวินัยจ๋าขึ้นจมูกแบบฮิวเบิร์ต ทำให้เพลิดเพลินได้แน่นอน
    รวมทั้งเสียงพระเอกแนวทึ่มๆพระเอกๆของ Tales ที่ฟังกี่รอบก็...เบื่อแล้ว...จะเอาแบบยูริอีก
    (เปลี่ยนคนพากย์พระเอกทุกภาค แต่ทำไมมันดูทึ่มเหมือนกันหมดไปได้เนี่ย...)





    เรื่องราวและตัวละคร
    แม้จะมีสงครามการต่อสู้ หรือแม้กระทั่งฆ่ากัน แต่ซีรีย์ Tales ไม่เคยสื่อถึงความรุนแรง
    เป็นการพิฆาตกันแบบหน่อมแน้มแบบเกมเล่นได้ทุกวัยตลอด จึงไม่มีอะไรให้พูดถึงเกี่ยวกับการต่อสู่ระหว่างอาณาจักรเท่าใดนัก
    และด้วยขนาดของตัวเกมและโลกเอฟิเนียที่ไม่ใหญ่มากทำให้ Graces เป็นอีกภาคที่ให้ความสำคัญของตัวร้าย
    หรือตัวประกอบน้อย ถึงน้อยที่สุด และไปเน้นแต่เพียงตัวเอกทั้งเจ็ดตัวเพียงเท่านั้น (แต่ตาลุงก็เหมือนๆจะถูกลืมนะ สงสารตัวละครลุงๆจัง)

    เรื่องเริ่มด้วยวัยเด็กของอัสเบล ที่อาจจะซนไปบ้างจนเกิดเรื่องที่เป็นปมภายในใจของตัวละครทุกตัวในภายหลัง คือการปกป้องผู้อื่น
    และอีกครั้งในแปดปีต่อมา ในการเสียชีวิตอย่างกระทันหันของบิดา ทำให้อัสเบลต้องออกจากโรงเรียนอัศวินกลางคัน
    เพื่อมาสืบทอดตำแหน่งเจ้าบ้าน แต่อะไรก็ไม่เป็นไปตามที่คิด และบานปลายจนต้องเดินทางข้ามทวีป หรือไปยังดาวเคราะห์อีกดวง
    และที่เพิ่มเติมเข้ามาใน PS3 คือเนื้อเรื่องหลังจากจบเกมอีกช่วงหนึ่ง

    หน่อมแน้มแบบ Talesๆ ดำเนินเรื่องแบบแฟนตาซีอนิเมชั่นญี่ปุ่นปกติ ไม่มีลูกบ้า หรือปรัชญาแฝง
    เสริมเพิ่มเติมบุคลิกและมิติของตัวละครด้วยการ chat หรือ skit คุยกันแบบภาคก่อนๆ
    ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็เหมือนกับอาหารที่ทุกคนชื่นชอบ คือมันอร่อยอยู่เสมอ

    และสมาชิกสามารถอ่านเนื้อเรื่องทั้งหมดได้ที่กระทู้บทสรุป ซึ่งลงไว้ในส่วนสุดท้ายของ Review







    System และ Gameplay
    ระบบเดินทางของ Tales of Hearts คือไม่มีฉากแผนที่ที่กว้า้งใหญ่ อาศัยวิ่งไปตามถนนต่อถนนเพื่อไปยังจุดหมาย
    ส่วนการพัฒนาตัวละครในภาคนี้ เน้นไปที่ฉายาของแต่ละคน ซึ่งวิธีที่ได้มาแตกต่างกันออกไป และสามารถนำมาติดตั้งและเรียนรู้
    จำนวนทั้งหมดห้าดาวไปจนถึงมาสเตอร์ เพื่อเอาท่าใหม่ๆ หรืออัพเกรดพลังโจมตีพลังป้องกัน ฯลฯ มากกว่าแค่เลเวลหรือของใส่ตามปกติ
    โดยใช้ค่า SP ที่ได้จากการปราบศัตรู หรือเควสโรงแรม

    ทางด้านระบบอื่นๆ ก็จะมี Request จากโรงแรมเมืองต่างๆ หาไอเท็มมาเพื่อแลกกับ SP
    การใช้เงินจากร้านในเมืองใดเมืองหนึ่ง หรือจาก [คาเมะนิน] ก็จะได้รับแสตมป์สะสมเพื่อจะได้มีแรร์ไอเท็มมาให้ซื้อเป็นพิเศษ
    การต่อสู้ลานประลองและสถานที่ลับ หรือโบนัสหลังจบเกมก็ยังคงมีเหมือนเดิม เหมือนเวอร์ชั่น Wii ทุกอย่าง
    คือการดูฉากอนิเมชั่นและย้อนไปดูการ chat กันระหว่างเล่น จาก Museum (ミュージアム)

    พระเอกตัวจริงของซีรีย์ ใช้ระบบเดียวกับ Tales of Destiny Remake (หรือ Hearts) เป็นสายที่นัวเนีย
    เพราะตัดเอา TP ในการใช้ท่าออก ผู้เล่นสามารถใส่ท่าได้ไม่ยั้ง ตราบเท่าที่ใช้ CC คุมจังหวะอยู่
    โดยแยกออกเป็นสองสาย คือ Arte (ปุ่มวงกลม) และ Burst (ปุ่มกากบาทและอนาล็อคขวา)
    ซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆกัน ต้องดูว่าศัตรูแพ้อะไร และเมื่อใช้ตามจุดอ่อนของมันแล้วชีวิตก็สบายขึ้น
    และแน่นอน ต่อคอนโทรลเลอร์เล่นได้สูงสุดสี่คน มีเพื่อนเรียกเพื่อน มีแฟนเรียกแฟนมาช่วยยำใหญ่ศัตรู
    (เช่น ยำริชาร์ด ผัดเผ็ดมังกร ต้มแซบทหารลูกกระจ๊อก)

    ทั้งนี้แม้เกมอาจจะง่ายเกินไปเสียเล็กน้อย และแจกจุดเซฟกันเห็นๆ แต่ระดับความยากที่มีให้ปรับเปลี่ยนถึงหกระดับ
    ก็มาทดแทนกันได้ ถึงโบนัสค่าประสบการณ์ เงิน SP ที่ได้จากระดับความยากที่มากขึ้น อาจซ้ำเติมให้เกมง่ายกว่าเดิมอีก...

    ในการที่จะเข้าไปเล่นเนื้อเรื่องใหม่ "การสืบสานไปยังอนาคต" จำเป็นต้องใช้เซฟจบเกม
    โดยจะเลือกจากหน้าไตเติ้ลต่างหาก (Extra) ไม่เกี่ยวกับตัวเกมหลัก แต่ดึงความเก่ง อาวุธชุดป้องกัน ฉายา ฯลฯ มาด้วยกับเซฟ
    เพราะฉะนั้นจะเล่นหลังจบเลยก็ได้ หรือไปเล่นเนื้อเรื่องหลักให้เก่งเทพก่อนก็ย่อมได้
    เนื้อเรื่องใหม่นี้มีลูกเล่นในการต่อสู้ใหม่ด้วย คือ Accelerate Mode ที่ทำให้ตัวละครของเราเทพขึ้นไปอีก





    คะแนน
    ภาพ 7.5/10 สำหรับการ port มาจาก Wii ก็ออกมาได้ดีกว่าที่คาดไว้พอสมควร แน่นอนว่าไม่ได้สวยอะไรมาก
    เสียง 8/10 เพลงมาตรฐานของ Sakuraba Motoi ไพเราะ ฟังสบาย และคุ้นหู
    เรื่องราวและตัวละคร 8/10 เหล่าตัวละครหลักมีเสน่ห์น่าจดจำ แต่ที่เหลือก็จืดจางเสียเหลือเกิน แต่โดยรวมแล้วลงตัว อร่อย
    ระบบ 9/10 ถูกใจแฟนเทลล์สายนัวเนียแน่นอน สู้สะใจ ระบบเข้าใจง่าย มีอะไรให้เก็บให้สะสมตลอดทาง
    โหมด Normal ง่ายไปหน่อย ผู้เล่นก็สามารเลือกปรับระดับความยากได้อีกหลายระดับ

    รวม 8 รับรองว่าสนุก
    เป็น Tales ภาคที่เล่นได้เพลินและต่อเนื่อง และน่าประทับใจอีกภาคหนึ่ง
    ไม่สั้นเกินไปตามที่หลายๆคนคิดเมื่อสมัย Wii (ประมาณ 50 ชม.) หรือยาวเกินไปสำหรับเก็บโทรฟี่
    (ให้เต็มที่ไม่เกิน 90-120 ชม. ส่วนจะเก็บ 100% เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)








      เวลาขณะนี้ Sat Nov 18, 2017 10:11 am